2010/Sep/13

บอกต่อๆกันไว้นะ เผื่อรถเสียตอนกลางคืน 
จะได้มีคนช่วยแบบไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นมิจฉาชีพ) 
  
ช่วยส่งต่อด้วยนะ ..............
 

 


บอกต่อๆกัน - เผื่อไว้ฉุกเฉินยามค่ำคืน
ผู้ใช้รถ หรือผู้ที่ไม่ได้ใช้รถส่วนตัว จะไปบอกต่อกันก็ ได้ ช่วยกันบอกต่อๆ ไป รถเสียช่วยฟรี   กด   1137   


ชาวกรุงซึ้งน้ำใจรถเสียช่วยฟร ี  24  ชม.
รถ เสียกลางกรุงไม่ต้องตกใจ กด  1137   
เรียกใช้บริการช่างซ่อมอาสาได้ฟรีตลอด  24  ชั่วโมง ตามโครงการ    
ช่วยป้องกันทั้งโจรในคราบพลเมืองดีและภัยสุภาพสตรีที่รถเกิดเสียกลางทาง     

คนยังเรียกใช้น้อย เพราะส่วนใหญ่ยังไม่ รู้จัก   วอนรัฐช่วยส่งเสริมสนับสนุน & nbsp;     ขณะที่ ผู้คนในสังคมต่างดิ้นรนเอาตัวรอด   
ส่งผลให้ผู้คนเห็นแก่ตัวมากขึ้นเสีย สละต่อผู้อื่นน้อยลง และไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวเรื่องของคน อื่น 

แต่ก็ยังมีผู้คนจำนวนหนึ่งแม้จะไม่มากนัก   
แต่ก็พร้อมจะทำงานที่เสียสละช่วยเหลือคนอื่น โดยไม่มุ่งหวังสิ่งตอบแทน      
อย่างกลุ่มคนในโครงการ ปันน้ำใจช่วยเหลือรถจอดเสียกลางทาง   &nbs p;       
นายกฤตวิทย์ ศรีพสุธา เจ้าของโครงการ ปันน้ำใจช่วยเหลือรถจอดเสียกลางทาง   กล่าวถึงที่มาโครงการนี้ ว่า   

เห็นข่าวผู้หญิงรถเสียในเวลากลางคืนและเกิดปัญหาอาชญากรรมตามมา โดยพวกมิจฉาชีพคอยทำร้ายชิง ทรัพย์   
รวมไปถึงทำตัวเป็นพลเมืองดีในคราบโจรแล้วน่าเป็นห่วง  นอกจากนี้จากการสำรวจดู ยังพบว่า   มีรถเก่าจอดเสียอยู่ข้างทางไกลบ้านและไม่มีใครดูแลจึงได้หารือกับ พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล ผบก.จร .   
เพื่อหาทางแก้ไขให้ประชาชนมีที่พึ่ง เพราะเชื่อว่าในสังคมไทยยังมีคนดีอยู่อีก จำนวนมาก   

บทสรุปที่ได้ คือ 
ให้ตำรวจแต่ละท้องที่จัดหาอู่ซ่อมรถ จัดซื้อรถลากรถยกไว้ให้ บริการ โดยมีตำรวจโครงการพระราชดำริมาร่วมด้วยช่วย กัน   
ปรากฏว่าเจ้าของอู่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยไม่คิดค่าแรง และบอกว่า ยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็ม ที่ เพราะต้องการช่วยประชาชนอยู่แล้วแต่ ไม่มีโอกาส     
นายกฤตวิทย์ กล่าวว่า   เพื่อสร้างความ เชื่อถือในการปฏิบัติหน้าที่ จึง   กำหนดให้เจ้าหน้าที่ที่ออกให้บริการต้องติดบัตรใส่ชุดฟอร์ม และไม่รับค่าตอบ แทน   เพราะทุกคนทำด้วยใจรัก 'บริษัทได้ทำประกันอุบัติเหตุให้เป็นค่า ตอบแทน  1  ปี    ถึงขณะนี้ การช่วยเหลือยังน้อยอยู่เดือนหนึ่งประมาณ  50-60 ราย   
เฉลี่ยวันละ  4-5  รายแต่ในช่วงคืน ฝนตกจะมีคนเรียกใช้มากถึงวันละ  10  ราย 

ผู้ริเริ่มโครงการนี้กล่าวและยอมรับ ว่า โครงการ   '  ปันน้ำใจช่วย เหลือรถจอดเสียกลางทาง '    ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย เนื่องจากประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนยังไม่ทราบว่ามีโครงการนี้   หากมีการประชาสัมพันธ์มากกว่าที่เป็นอยู่เชื่อว่าจะมีคนที่เดือดร้อนขอใช้ บริการมากกว่านี้    และน่าจะมีอู่ซ่อมรถยนต์มาร่วมช่วยเหลือมากขึ้น 
  
ถ้าผู้ใช้รถไม่ฟัง จส.  100 จะไม่ รู้ว่ามีโครงการนี้    อย่างไรก็ดียังมีประชาชนส่วนหนึ่งยังไม่เชื่อใจว่าจะช่วยเหลือจริงหรือเปล่า หวังอะไรหรือไม่ ถ้าทำอย่างโปร่งใส    คนจะเชื่อใจและใช้บริการมากขึ้นเราก็พร้อมจะขยายขอบข่ายการช่วยเหลือออก ไป 


เพราะโครงการนี้ตั้งเป้าใช้งบไว้  4 ล้านบาท แต่ทำจริงๆใช้เงินเพียง  1.69  ล้านบาทเท่านั้น   

นายกฤตวิทย์กล่าวและย้ำว่า คนที่ต้อง การความช่วยเหลือจากรถเสีย     กดโทรศัพท์แจ้งเรื่องได้ที่   1137 
-- 

 


Comment

Comment:

Tweet


รับทราบครับ

ขอบคุณที่แวะมาเม้นต์นะมิ้วๆ
#2 by วิหคสีคราม At 2010-12-15 11:04,
ข้อเขียนนี้ดี
confused smile Hot!
#1 by ปิยะ99 At 2010-11-09 20:12,